สอค.มค.
     Please wait..........

เกี่ยวกับสหกรณ์
หน้าหลัก
ประวัติสหกรณ์
ที่ตั้ง
ฝ่ายบริหาร
ฝ่ายจัดการ

บริการของสหกรณ์
บริการเงินฝาก
บริการเงินกู้
สมาชิกสามัญ
สมาชิกสมทบ

ติดต่อสหกรณ์
แก้ไขข้อสงสัย
ระบบร้องเรียน




 เงินกู้ประเภทต่างๆ

1.เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน  กู้ได้ครึ่งหนึ่งของเงินเดือนแต่ไม่เกิน  10,000 บาท
2.เงินกู้สามัญ    
    เงินกู้สามัญ 30 เท่าของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 700,000 บาท
    เงินกู้สามัญ 35 เท่าของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท
3.เงินกู้พิเศษใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน กู้ได้ 65 เท่าของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท
4.เงินกู้ฉุกเฉินเพื่อการศึกษาของตน บุตร คู่สมรส กู้ได้ไม่เกิน  200,000 บาท กู้ได้ภาคเรียนละ 1 ครั้ง
      วงเงินคงเหลือไม่เกิน   50,000 บาท
5.เงินกู้เพื่อสวัสดิการสมาชิก วงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท


                                                  

ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมหาสารคาม จำกัด ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิกพ.ศ. 2550

อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมหาสารคาม จำกัด ข้อ 13 ถึง 18 ข้อ 63 (9) และข้อ 84 (2) ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ ชุดที่ 40 ครั้งที่ 16/2550 เมื่อวันที่ 2 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 ได้กำหนดระเบียบว่าด้วยว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิกไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก พ.ศ.2550"

ข้อ 2. ให้ยกเลิกระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมหาสารคาม จำกัด ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก พ.ศ.2538 และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 3. ระเบียบนี้ให้ถือใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 2 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป

หมวด 1 ข้อกำหนดทั่วไป

ข้อ 4. สหกรณ์ให้เงินกู้แก่สมาชิก 3 ประเภทคือ

(1) เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน

(2) เงินกู้สามัญ

(3) เงินกู้พิเศษ

ข้อ 5. การให้เงินกู้แก่สมาชิกนั้น จะให้ได้เฉพาะกรณีเพื่ออันจำเป็นหรือมีประโยชน์ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร

 

หมวด 2 เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน

ข้อ 6. เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินได้แก่ เงินกู้

(1) เพื่อรักษาพยาบาลฉุกเฉิน

(2) เมื่อประสบภัยพิบัติ

(3) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ข้อ 7. เมื่อสมาชิกมีเหตุฉุกเฉินอันแสดงหลักฐานพิสูจน์ได้และประสงค์จะขอกู้เงิน ก็ให้ยื่นคำขอกู้ต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนดไว้

ข้อ 8. คณะกรรมการดำเนินการอาจมอบอำนาจให้ประธานกรรมการ หรือรองประธานกรรมการหรือกรรมการดำเนินการอื่น ๆ หรือผู้จัดการตามที่เห็นสมควร เป็นผู้วินิจฉัยให้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินแทนคณะกรรมการดำเนินการก็ได้ และให้ผู้ได้รับมอบดังกล่าวแถลงรายการเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินที่ให้ไป ต่อคณะกรรมการดำเนินการ เพื่อทราบทุกเดือน

ข้อ 9. จำนวนเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน ดังนี้

ให้มีจำนวนไม่เกิน 10,000 บาท หรือครึ่งหนึ่งแห่งเงินได้รายเดือนของสมาชิกนั้น

สุดแต่จำนวนไหนน้อยกว่า

ในกรณีที่สมาชิกนั้นยังมีหนี้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรายก่อนเหลืออยู่ เงินกู้เพื่อเหตุ

ฉุกเฉินรายใหม่และรายก่อนรวมกัน จะมีจำนวนต้นเงินเกินกว่าจำกัดที่กล่าวในวรรคก่อนไม่ได้ อนึ่ง

ถึงอย่างไรสมาชิกคนหนึ่ง จะมีหนี้สินต่อสหกรณ์ในฐานะผู้กู้ โดยจำนวนต้นเงินรวมกันทั้งหมด เกินกว่า

จำกัดที่กล่าวไว้ใน ข้อ 15 และ ข้อ 44

 

หมวด 3 เงินกู้สามัญ

ข้อ 10. เงินกู้สามัญ จ่ายให้สมาชิกกู้ตามลำดับดังนี้

(1) เงินกู้สามัญโดยใช้ค่าหุ้นค้ำประกัน

(2) เพื่อรักษาพยาบาลฉุกเฉิน อุบัติเหตุ โดยเป็นคนไข้ของโรงพยาบาล หรือ

สถานพยาบาลสำหรับคู่สมรส บุตร บิดามารดา ตามความจำเป็นที่รีบด่วน

(3) เมื่อประสบภัยพิบัติ เช่น อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ฯลฯ

(4) เพื่อการฌาปนกิจศพ คู่สมรส บุตร บิดามารดา ของสมาชิก

(5) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร

ข้อ 11. สมาชิกจะมีสิทธิ์ยื่นคำขอกู้เงินสามัญได้นั้นต้อง

(1) เป็นสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งส่งเงินค่าหุ้นรายเดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน และมีเงินค่าหุ้นไม่น้อยกว่า 5,000 บาท หรือ

(2) เป็นสมาชิกที่โอนมาจากสหกรณ์ออมทรัพย์อื่น เมื่อเข้าเป็นสมาชิกในสหกรณ์นี้ ซึ่งได้ส่งเงินค่าหุ้นรายเดือนรวมกันทั้งในสหกรณ์เดิมและสหกรณ์นี้ไม่น้อยกว่าหกเดือน และมีเงินค่าหุ้นไม่น้อยกว่า 5,000 บาท หรือ

ข้อ 12. ถ้าคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกที่ยังส่งคืนเงินกู้สามัญ หรือเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรายก่อนไม่เสร็จก็ได้ แต่จำนวนเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน

รวมทุกรายของสมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง ๆ ในเวลาใดเวลาหนึ่ง จะมีจำนวนต้นเงินเกินกว่าจำกัดที่กล่าวในข้อ 15 ไม่ได้

ข้อ 13.ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกได้ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และในข้อบังคับของสหกรณ์

คณะกรรมการดำเนินการ อาจแต่งตั้งคณะกรรมการเงินกู้ขึ้นตามความในข้อบังคับของสหกรณ์ ข้อ 67 เพื่อมอบอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาวินิจฉัย ให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกให้ปฏิบัติได้

ข้อ 14. คำขอกู้เงินสามัญของสมาชิกเพื่อพิจารณานั้น ต้องเสนอผู้บังคับบัญชาให้ความเห็นจากผู้บังคับบัญชาหรือกรรมการดำเนินการประจำหน่วยที่ตนสังกัดให้ความเห็นชอบ เว้นแต่สมาชิกที่ขอกู้เงินสามัญโดยใช้ค่าหุ้นเป็นหลักประกัน

ข้อ 15. จำนวนเงินกู้สามัญที่ให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง ๆ นั้น ให้เป็นไปตามมติของ

คณะกรรมการดำเนินการ

ข้อ 16. วงเงินกู้สามัญของสมาชิกรายหนึ่ง ๆ จะต้องไม่เกินสิทธิที่สมาชิกสามารถมีวงเงินกู้ได้สูงสุดตามข้อ 15

ข้อ 17. จำนวนเงินกู้สามัญ ซึ่งให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง ๆ นั้น ย่อมสุดแต่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเห็นสมควรตามความจำเป็น แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ในข้อ 15 ข้อ 18. สำหรับสมาชิกที่ออกจากราชการ หรืองานประจำ โดยไม่มีความผิด ให้กู้เงินสามัญได้ แต่ไม่เกินร้อยละ เก้าสิบห้า ของค่าหุ้นที่มีอยู่

ข้อ 19. สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินสามัญ ต้องยื่นคำขอกู้ต่อสหกรณ์ ตามแบบที่กำหนดไว้โดยครบถ้วน

 

หมวด 4  เงินกู้พิเศษ

ข้อ 20. ให้คณะกรรมการดำเนินการ มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยการให้เงินกู้พิเศษตามระเบียบการนี้

ข้อ 21. การให้เงินกู้พิเศษนั้น ให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขลำดับดังนี้

(1) เงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์

(2) เงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุนประกอบอาชีพ

(3) เงินกู้พิเศษเพื่อยานพาหนะ

(4) เงินกู้พิเศษอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร

 

ข้อ 22. สมาชิกซึ่งอาจได้รับเงินกู้พิเศษ ต้องเป็นสมาชิกในสหกรณ์ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน

ข้อ 23. สมาชิกผู้ส่งคืนเงินกู้ประเภทอื่นไม่เสร็จ ไม่ให้รับเงินกู้พิเศษ เว้นแต่สมาชิกจะนำเงินกู้พิเศษไปใช้หนี้เงินกู้ประเภทอื่นแล้วเหลือยอดเงินกู้พิเศษยอดเดียว

อนึ่ง สมาชิกผู้ส่งคืนเงินกู้พิเศษไม่เสร็จ ก็ไม่ให้ได้รับเงินกู้ไม่ว่าประเภทใด ๆ เว้นแต่เมื่อให้เงินกู้ใหม่แล้ว สมาชิกผู้นั้นจะมีหนี้สินต่อสหกรณ์ในฐานะผู้กู้ โดยจำนวนต้นเงินรวมกันไม่เกินจำกัดที่ตนอาจกู้เงินสามัญจากสหกรณ์

คณะกรรมการดำเนินการอาจยกเว้นในข้อกำหนดตามวรรคสองนี้ได้ ในกรณีที่สมาชิกผู้ขอกู้มีเหตุผลและความจำเป็น

ข้อ 24. เงินกู้ซึ่งจะถือเป็นเงินกู้พิเศษ และใช้ระยะเวลาส่งคืนตามกำหนดไว้สำหรับเงินกู้พิเศษได้นั้น จะต้องมีจำนวนเกินกว่าจำกัด ซึ่งสมาชิกนั้น อาจกู้เงินสามัญจากสหกรณ์ได้

ข้อ 25. การให้เงินกู้พิเศษนั้น ต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการดำเนินการ ผู้เข้าประชุมพิจารณาคำขอกู้รายนั้น

ข้อ 26. เมื่อคณะกรรมการดำเนินการ ได้วินิจฉัยให้เงินกู้พิเศษ ทั้งหนังสือกู้และเอกสารทางกฎหมายอื่น ๆ เกี่ยวกับเงินกู้นั้นได้จัดทำตามแบบที่กำหนดไว้ โดยครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ผู้กู้จึงรับเงินกู้จากสหกรณ์ได้

เพื่อเป็นการควบคุมการใช้จ่ายเงินกู้ ให้เป็นไปตามความมุ่งหมาย ให้ผู้กู้นำเงินกู้ซึ่งตนได้

รับเข้าฝากในประเภทเงินฝากออมทรัพย์ในสหกรณ์นี้ เพื่อไปใช้จ่ายเป็นคราว ๆ ไป เมื่อถึงกำหนดจ่ายตามความมุ่งหมาย การฝากเงินดังกล่าวนี้ให้เปิดบัญชีใหม่เฉพาะเพื่อการนี้ และสหกรณ์จะคิดดอกเบี้ยให้ตามยอดเงินคงเหลือน้อยที่สุดในแต่ละเดือน ในอัตราตามระเบียบว่าด้วยการรับเงินฝากของสหกรณ์ ส่วนข้อกำหนดอื่น ๆ ให้อนุโลมตามระเบียบว่าด้วยการรับเงินฝากของสหกรณ์

คณะกรรมการดำเนินการ อาจยกเว้นข้อกำหนดดังกล่าวในวรรคสองนั้นได้ ในกรณีที่ผู้กู้แสดงให้เป็นที่พอใจ คณะกรรมการดำเนินการว่ามีเหตุผลเป็นพิเศษ

ข้อ 27. เมื่อถึงกำหนดที่ผู้กู้ต้องใช้จ่ายเงินกู้พิเศษตามความมุ่งหมาย ผู้กู้ต้องเสนอรายงานการใช้จ่ายเงินตามแบบที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งหลักฐานที่มีต่อสหกรณ์ทุกคราวโดยพลันที่จะกระทำได้ สหกรณ์อาจมอบให้กรรมการดำเนินการ หรือบุคคลอื่น ตามที่เห็นสมควร ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามรายงานนั้น ๆ อีกขั้นหนึ่งด้วย

ข้อ 28. ตราบใดที่ผู้กู้ยังส่งคืนเงินกู้พิเศษไม่เสร็จ จะต้องยินยอม และอำนวยความสะดวกให้กรรมการดำเนินการ หรือบุคคลอื่น ซึ่งได้รับมอบหมายจากสหกรณ์ เข้าตรวจการก่อสร้าง ต่อเติม หรือปรับปรุงหรือทรัพย์สิน หรือการประกอบอาชีพที่ใช้เงินกู้นั้น ในเวลาอันสมควร และต้องชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ตรวจให้ทราบตามความประสงค์

ข้อ 29. เงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์ ได้แก่

(1) เงินกู้เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือซื้อที่ดิน หรือซื้ออาคาร เพื่อจะได้ก่อสร้างอาคารในระยะเวลาอันสมควร ทั้งนี้สำหรับใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ของตนเอง และครัวเรือนตามควรแก่ฐานะเพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง

(2) เงินกู้เพื่อก่อสร้าง ต่อเติม หรือปรับปรุงอาคาร สำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตนเองและครัวเรือนตามควรแก่ฐานะ ในที่ดินของตนเอง

(3) เงินกู้เพื่อกิจการซึ่งเกี่ยวข้องหรือจำเป็นแก่ (1) (2) อันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง

ข้อ 30. สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินดังกล่าวในข้อ 21 ต้องเสนอคำขอกู้ถึงคณะกรรมการดำเนินการตามแบบที่กำหนดไว้ รวมทั้งรายละเอียดและหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

(1) โฉนดที่ดิน หรือ น.ส.3 ก.

(2) ใบประเมินราคาของสำนักงานที่ดิน

(3) สำเนาใบสำคัญจดทะเบียนสมรส

(4) สำเนาทะเบียนบ้าน

(5) แผนที่ไปที่ดิน

(6) สำเนาเอกสารเงินกู้ที่ติดภาระจำนอง

(7) แบบรูปและรายการก่อสร้าง หรือต่อเติมปรับปรุงอาคาร

(8) ภาพถ่ายของโรงเรือน

(9) แผนการใช้จ่ายเงิน (ต้องสัมพันธ์กับ (7))

(10) อื่น ๆ (ถ้ามี)

ข้อ 31. แบบรูป และรายการก่อสร้าง หรือต่อเติมหรือปรับปรุงอาคารนั้นต้องปฏิบัติให้

ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินการด้วย

ข้อ 32. สหกรณ์จะมอบให้กรรมการดำเนินการ หรือบุคคลอื่นตามที่เห็นสมควรตรวจสอบทำรายงานเกี่ยวกับคำขอกู้พิเศษ เพื่อการเคหะสงเคราะห์เสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณา เป็นหน้าที่ของผู้ขอกู้ต้องให้ให้ความจริงและความร่วมมือ

ข้อ 33. เงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์นั้น มีความมุ่งหมายเพื่อให้สมาชิกใช้จัดให้มีที่อยู่อาศัยของตนเอง และครัวเรือนตามที่กล่าวในข้อ 27 มิใช่จัดให้มีขึ้นสำหรับให้เช่าหรือเช่าซื้อ หรือโอนแก่

ผู้อื่นเว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการดำเนินการก่อน

ข้อ 34. ตราบใดที่สมาชิกยังส่งคืนเงินกู้เพื่อการเคหะสงเคราะห์ไม่เสร็จ ตนจะให้เช่าหรือโอนอาคาร หรือที่ดิน ซึ่งใช้เงินกู้นั้นไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดแก่ผู้อื่นไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็น ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการดำเนินการก่อน

ข้อ 35. เงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุนประกอบอาชีพนั้น ได้แก่ เงินกู้เพื่อการลงทุนในการทำธุรกิจ เช่น การเกษตร การพาณิชย์ ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร และพอใจว่าจะก่อประโยชน์งอกเงยให้แก่ผู้กู้

ข้อ 36. สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินดังกล่าวในข้อ 35 ต้องเสนอคำขอกู้ถึงคณะกรรมการ

ดำเนินการตามแบบที่กำหนดไว้ รวมทั้งรายละเอียดและหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น รายการสินทรัพย์และหนี้สิน รายได้และรายจ่าย แผนงานประกอบอาชีพที่จะใช้เงินกู้ รายละเอียดและหลักฐานแห่งทรัพย์สินที่จะใช้เงินกู้ รายละเอียดแห่งความต้องการเงินกู้ จำนวนซึ่งตนจะออกเอง รายการรายได้ซึ่งคาดว่าจะได้รับจากการลงทุน นั้น กำหนดการใช้จ่ายเงินกู้ ประสบการณ์เกี่ยวกับการประกอบอาชีพนั้น รายละเอียดและหลักฐานแห่งทรัพย์สินที่เสนอเป็นประกัน

ข้อ 37. ผู้ขอกู้เงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุนประกอบอาชีพ ต้องแสดงหลักฐานให้คณะกรรมการดำเนินการเห็นว่า ผู้กู้มีทุนดำเนินการอยู่แล้วอย่างน้อย 1 ใน 4 ของจำนวนทุนทั้งหมด ซึ่งต้องการในการลงทุนประกอบอาชีพที่ผู้กู้จะกระทำนั้น

ข้อ 38. สหกรณ์จะมอบให้กรรมการดำเนินการ หรือบุคคลอื่น ตามที่เห็นสมควรตรวจสอบและทำรายงานเกี่ยวกับคำขอกู้พิเศษ เพื่อการลงทุนประกอบอาชีพเสนอคณะกรรมการดำเนินการ

พิจารณาและเป็นหน้าที่ของผู้ขอกู้ต้องให้ข้อเท็จจริงและความร่วมมือ

ข้อ 39. เงินกู้พิเศษเพื่อยานพาหนะได้แก่ เงินกู้เพื่อซื้อและหรือแลกเปลี่ยนรถยนต์ ซึ่ง

คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นตามควรแก่ฐานะ และความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิก นั้น ๆ

ข้อ 40. สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินดังกล่าวในข้อ 39 ต้องเสนอคำขอกู้ถึงคณะกรรมการตามแบบที่กำหนดไว้ รวมทั้งรายละเอียดและหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ยี่ห้อ และรุ่นของยานพาหนะ วันจดทะเบียนราคา และความจำเป็นที่ต้องซื้อ

ข้อ 41. สหกรณ์จะมอบให้กรรมการหรือบุคคลอื่นตามที่เห็นสมควรตรวจสอบ และทำรายงานเกี่ยวกับคำขอกู้เงินพิเศษเพื่อยานพาหนะ เสนอคณะกรรมการพิจารณาและเป็นหน้าที่ของสมาชิกผู้ขอกู้ต้องให้ข้อความจริงและความร่วมมือ

ข้อ 42. จำนวนเงินกู้พิเศษ เพื่อยานพาหนะ ซึ่งให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง ๆ นั้น ย่อมสุดแต่คณะกรรมการพิจารณากำหนดตามที่เห็นสมควรโดยคำนึงถึงมูลค่ายานพาหนะตามควรแก่ฐานะ และความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิก

ข้อ 43. ตราบใดที่สมาชิกยังผ่อนคืนเงินกู้เพื่อยานพาหนะไม่เสร็จ สมาชิกจะให้เช่าหรือโอนยานพาหนะที่ใช้เงินกู้นั้น แก่ผู้อื่น ๆ ไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็น ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการก่อน

ข้อ 44. จำนวนเงินตามข้อ 21 วงเงินกู้ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการดำเนินการกำหนด

หมวด 5 หลักประกันสำหรับเงินกู้

ข้อ 45. สมาชิกจะขอกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉิน เกินกว่าค่าหุ้นที่ต้นเงินอยู่ในสหกรณ์ไม่ได้

ข้อ 46. เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน นอกจากหนังสือกู้ ซึ่งผู้กู้ได้ทำไว้ต่อสหกรณ์แล้ว ก็ให้ถือ

ว่าเงินหุ้นในสหกรณ์ เป็นหลักประกันอีกอย่างหนึ่งด้วย

ข้อ 47. การให้เงินกู้สามัญนั้น ผู้กู้ต้องทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ ตามแบบที่กำหนดไว้

ข้อ 48. เงินกู้สามัญแต่ละรายนั้น โดยเฉพาะรายเดียวก็ดี หรือเมื่อรวมกับเงินกู้สามัญรายก่อนของผู้กู้ที่คงเหลืออยู่ (ถ้ามี) ก็ดี มีจำนวนไม่เกินกว่าค่าหุ้นที่ผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ ก็ไม่ต้องมีหลักประกันอย่างอื่นอีก

ถ้าเงินกู้สามัญรายนั้น โดยเฉพาะรายเดียวกันก็ดี หรือเมื่อรวมกับเงินกู้สามัญรายก่อนของผู้กู้ที่คงเหลืออยู่ (ถ้ามี) ก็ดี มีจำนวนเกินกว่าค่าหุ้นที่ผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ ก็ต้องมีหลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ด้วย

(1) มีสมาชิกซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรอย่างน้อยสองคนค้ำประกันอย่างไม่มีจำกัด เพื่อหนี้สินเกี่ยวกับเงินกู้สามัญรายนั้นในส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้ แต่ถ้าผู้กู้มีเงินกู้สามัญรายก่อนเหลืออยู่ด้วย ก็ต้องค้ำประกันเพื่อหนี้สินเกี่ยวกับเงินกู้สามัญรายใหม่นั้นทั้งหมด

เพื่อความมั่นคงในการให้เงินกู้ คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจวินิจฉัยเรียกให้มีผู้ค้ำประกันมากกว่าสองคนก็ได้

สมาชิกผู้ค้ำประกันต้องทำหนังสือค้ำประกันให้ไว้ต่อสหกรณ์ ตามแบบที่กำหนดไว้

สมาชิกคนหนึ่งจะเป็นผู้ค้ำประกันสำหรับผู้กู้มากกว่าสามคนในเวลาเดียวกันไม่ได้

เมื่อผู้ค้ำประกันคนใดตาย หรือออกจากสหกรณ์โดยเหตุอื่น หรือมีเหตุที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าไม่สมควรหรือไม่อาจจะเป็นผู้ค้ำประกันต่อไป ผู้กู้ต้องจัดให้สมาชิกอื่น ซึ่ง

คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรเข้าเป็นผู้ค้ำประกันแทนคนเดิม ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่

คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

การที่ผู้ค้ำประกันออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ไม่เป็นเหตุให้ผู้นั้นหลุดพ้นจากการค้ำประกัน จนกว่าผู้กู้ได้จัดสมาชิกอื่นซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรเข้าเป็นผู้ค้ำประกันแทน

(2) มีอสังหาริมทรัพย์อันปลอดจากภาระจำนองรายอื่น จำนองเป็นประกันเต็มจำนวนเงินกู้รายนั้น โดยต้องเป็นหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนดว่าจำนวนเงินกู้ส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้ต้องอยู่ภายในร้อยละหกสิบแห่งค่าของอสังหาริมทรัพย์นั้น

การประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นที่ดิน เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้นั้นให้ถือราคาประเมินซึ่งทางราชการได้กำหนดไว้ แต่หากที่ดินนั้นเห็นสมควรมีราคาต่ำกว่า หรือสูงกว่าราคาประเมินดังกล่าวให้อยู่ในอำนาจวินิจฉัยของคณะกรรมการดำเนินการ

(3) มีหลักทรัพย์รัฐบาล เอกสารการฝากเงินในสหกรณ์ ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรจำนำเป็นประกัน โดยจำนวนเงินกู้ส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้ต้องอยู่ภายในร้อยละเก้าสิบห้าแห่งค่าของหลักทรัพย์นั้น

ข้อ 49. การให้เงินกู้พิเศษ ผู้กู้ต้องทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนดไว้

ข้อ 50. เงินกู้พิเศษที่มีจำนวนไม่เกินค่าหุ้น ซึ่งผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ก็ไม่ต้องมีหลักประกันอย่างอื่นแต่ถ้ามีจำนวนเกินกว่าค่าหุ้นที่ผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ ก็ต้องมีหลักประกัน ดังต่อไปนี้

(1) มีอสังหาริมทรัพย์ของตนเอง หรือของบุคคลอื่น อันปลอดจากภาระจำนองรายอื่นจำนองเป็นหลักประกันเต็มจำนวนเงินกู้รายนั้น โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนดว่าจำนวนเงินกู้ส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้ ต้องอยู่ภายในร้อยละ 60 แห่งค่าของอสังหาริมทรัพย์นั้น หรือ มีหลักทรัพย์รัฐบาลเอกสารการฝากเงินในสหกรณ์ ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร จำนำเป็นประกัน โดยจำนวนเงินกู้ส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้ ต้องอยู่ภายในร้อย 90 แห่งค่าของหลักทรัพย์

การประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นที่ดิน เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้นั้น ให้ถือราคาประเมิน ซึ่งทางราชการได้กำหนดไว้ แต่หากที่ดินนั้น เห็นสมควรมีราคาต่ำกว่า หรือสูงกว่าราคาประเมินดังกล่าว ให้อยู่ในอำนาจวินิจฉัยของคณะกรรมการดำเนินการ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของ

สหกรณ์

อสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง ผู้จำนองต้องทำประกันวินาศภัยซึ่งอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างนั้น ในจำนวนเอาประกันที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร

สมาชิกผู้กู้ต้องทำประกันชีวิต ในจำนวนเอาประกันที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร

การประกันวินาศภัยและการประกันชีวิตจะต้องทำประกัน กับบริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์หรือบริษัทที่สหกรณ์กำหนดโดยระบุให้สหกรณ์เป็นผู้รับผลประโยชน์ และจะต้องต่ออายุการเอาประกันตลอดเวลาตราบเท่าผู้กู้ยังชำระหนี้ตามสัญญาไม่เสร็จ โดยสหกรณ์อาจหักเอาเงินปันผล และเงินเฉลี่ยคืนที่ผู้กู้จะได้รับ หรือหักจากเงินได้รายเดือนของผู้กู้ ณ ที่จ่ายทุกเดือนสะสมไว้ เพื่อชำระเป็นค่าเบี้ยประกันแทนผู้กู้หรือให้ผู้กู้เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไว้กับสหกรณ์ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือไม่น้อยกว่า จำนวนเบี้ยประกันที่จะต้องชำระเงินในแต่ละปีก็ได้

อนึ่ง เมื่อได้ชำระหนี้ต่อสหกรณ์แล้ว หากมีเงินคงเหลือจากผลประโยชน์ตอบแทนจากการประกันวินาศภัยหรือการประกันชีวิตไว้กับบริษัทดังกล่าวในวรรคก่อน สหกรณ์จะคืนเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้กู้หรือทายาทตามกฏหมาย

(2) มีสมาชิกซึ่งคณะกรรมการดำเนินการ เห็นสมควรอย่างน้อย 2 คน ค้ำประกันอย่างไม่มีจำกัด

 

หมวด 6 เงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้

ข้อ 51. เงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้นั้น ให้กำหนดไว้ดังนี้

ให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ยภายในวันสิ้นเดือนที่คิดดอกเบี้ยเดือนแรก หรือให้ส่งเป็นงวดรายเดือนรวม 4 งวด ของจำนวนเงินกู้พร้อมด้วยดอกเบี้ย ภายในวันสิ้นเดือน

ข้อ 52. เงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้สามัญ เงินกู้สามัญโดยใช้หุ้นค้ำประกัน ให้มีกำหนดส่งชำระตามมติของคณะกรรมการกำหนด

ข้อ 53. ให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณากำหนดให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้สามัญเป็นงวดรายเดือน โดยหักเก็บแบบคงยอดพร้อมดอกเบี้ย จำนวนงวดที่หักเก็บให้เป็นไปตามข้อ 52

ข้อ 54. คณะกรรมการจะพิจารณากำหนดให้ผู้กู้เงินพิเศษ ส่งคืนเงินกู้เป็นงวดรายเดือน

โดยหักเก็บแบบคงยอด พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นจำนวนกี่งวดก็สุดแต่จะเป็นการสมควรตามฐานะของผู้กู้

ข้อ 55. ในกรณีที่ผู้กู้มีคำขอเป็นหนังสือ และคณะกรรมการดำเนินการ เห็นว่ามีเหตุผลอันสมควรผ่อนผันเป็นพิเศษ คณะกรรมการดำเนินการ อาจผ่อนเวลาการส่งเงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้สามัญที่กำหนดไว้ตามข้อ 52 และกู้พิเศษ ข้อ 54 ให้แก่ผู้กู้คราวละหนึ่ง หรือหลายเดือนก็ได้ แต่การผ่อนเวลาเช่นนี้รวมกันทั้งหมดสำหรับเงินกู้สามัญ หรือเงินกู้พิเศษรายหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกิน 4 เดือน ต่อปี

ข้อ 56. การส่งเงินงวดชำระหนี้เงินกู้ทุกประเภทซึ่งผู้กู้ต้องส่งต่อสหกรณ์นั้นให้ส่งโดยวิธีหักจากเงินได้รายเดือนของผู้กู้ ณ ที่จ่าย และถือว่าเงินงวดชำระหนี้แต่ละงวดถึงกำหนดส่งภายในวันสิ้นเดือนนั้น

 

หมวด 7 ดอกเบี้ยเงินกู้

ข้อ 57. ให้เรียกดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทในอัตราไม่เกินร้อยละ 19 ต่อปี สหกรณ์จะเรียก

เก็บในอัตราร้อยละเท่าใด จะประกาศให้สมาชิกทราบเป็นคราว ๆ ไป

ข้อ 58. การคิดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท สหกรณ์ ฯ จะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน วิธีนับระยะเวลาเป็นวัน โดยให้นับระยะเป็นวัน ให้นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับเงินกู้ หรือวันรับเงินเดือน ถึงก่อนวันที่สมาชิกคืนเงินกู้

ข้อ 59. สหกรณ์จะทำการปิดข้อมูลเพื่อดำเนินกระบวนการออกใบเสร็จรับเงินหักจากเงินเดือนของสมาชิก ส่งให้หน่วยบริการต่าง ๆ ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมหาสารคาม จำกัด ภายในวันที่ 5

ของเดือน ดังนั้น กรณีที่สมาชิกชำระเงินคืนบางส่วน หรือคืนทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 6 ของเดือนเป็นต้นไป กำหนด กรณีสมาชิกชำระคืนบางส่วนหรือหลังพ้นกำหนดนั้น สหกรณ์จะนำเงินไม่ว่าดอกเบี้ยหรือเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนให้แก่สมาชิกในวันรับเงินเดือน

หมวด 8 การควบคุมหลักประกันและการเรียกเงินกู้คืน

ข้อ 60. ให้คณะกรรมการดำเนินการตรวจตราควบคุมให้เงินกู้ทุกรายมีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และเมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดเกิดบกพร่อง

ผู้กู้จะต้องจัดการแก้ไขให้กลับอยู่ในสภาพสมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

ข้อ 61. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง แบบรูป รายการ หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ภายหลังที่คณะกรรมการดำเนินการอนุมัติไปแล้วจะกระทำมิได้ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรูปรายการหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ดังกล่าว ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินการก่อนจึงจะดำเนินการได้

ข้อ 62. ในกรณีใด ๆ ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเงินกู้ทุกประเภทถึงกำหนดส่งคืนโดยสิ้นเชิง พร้อมทั้งดอกเบี้ยในทันที โดยมิพักคำนึงถึงกำหนดเวลาที่ให้ไว้ และให้คณะกรรมการดำเนินการจัดการเรียกคืนโดยมิชักช้า

(1) เมื่อสมาชิกผู้กู้ออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ

(2) เมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการดำเนินการ ว่าผู้กู้นำเงินกู้ไปใช้ผิดความมุ่งหมาย หรือผิดเงื่อนไขที่ระบุไว้ในคำขอกู้

(3) เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้เกิดบกพร่อง ผู้กู้มิได้จัดการแก้ไขให้ถูกต้องสมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

(4) เมื่อค้างส่งเงินงวดชำระหนี้ (ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ย) เป็นเวลาถึงสองเดือน

ติดต่อกัน หรือผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้นั้นถึงสามคราว สำหรับเงินกู้รายหนึ่ง ๆ

ข้อ 63. ผู้กู้ต้องรับผูกพันว่า ถ้าตนประสงค์จะขอออก หรือโอนจากราชการหรืองานประจำ

ตามข้อบังคับของสหกรณ์ (เว้นแต่ยังคงเป็นสมาชิกอยู่ตามข้อบังคับของสหกรณ์ข้อ 43) จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สหกรณ์ทราบ และจัดการชำระหนี้ซึ่งตนมีอยู่ต่อสหกรณ์ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน แล้วจึงจะขอออกหรือโอนจากราชการหรืองานประจำนั้นได้

ข้อ 64. ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันจะต้องรับชำระหนี้แทนผู้กู้ และไม่สามารถชำระหนี้โดยสิ้นเชิง เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอต่อคณะกรรมการดำเนินการอาจผ่อนผันให้เรียกเก็บจากผู้ค้ำประกัน เป็นงวดรายเดือนจนเสร็จตามที่ผู้กู้ได้ทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ก็ได้ สุดแต่จะพิจารณาเห็นสมควร

 

ประกาศ ณ วันที่ 2 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2550


Copyright 2001 - Your Company Name - All Rights Reserved